Last updated: 15 มี.ค. 2568 | 824 จำนวนผู้เข้าชม |
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี สื่อสังคมออนไลน์แชร์ภาพกัญชาในกระเป๋าเดินทางผู้โดยสารที่เดินทางจากสนามบินสุราษฎร์ฯมาท่าสุวรรณภูมิ และเดินทางต่อไปยังปลายทางญี่ปุ่น
ตามที่ได้มีการเผยแพร่ข่าวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประเด็น ผู้โดยสารชาวไทยที่เดินทางจากท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และได้เดินทางต่อไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยเมื่อถึง
ท่าอากาศยานที่ประเทศญี่ปุ่น ผู้โดยสารพบว่ากระเป๋าใบดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง และเมื่อเปิดกระเป๋าแล้วพบกัญชาบรรจุอยู่ภายใน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่สนามบินส่งผลให้ผู้โดยสารเกิดปัญหาในการผ่านขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นนั้น
จากกรณีดังกล่าว ทสภ. ได้ตรวจสอบข้อมูลและขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้
1.ผู้โดยสารดังกล่าว เดินทางภายในประเทศ มาจากท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี มายังทสภ.โดยเมื่อถึง ทสภ. ได้หยิบสัมภาระซึ่งมาจากเที่ยวบินดังกล่าวจากสายพานรับกระเป๋าภายในประเทศ (ซึ่งทราบภายหลังว่าไม่ใช่สัมภาระของตนเอง)จากนั้นได้ทำการเช็กอินและโหลดสัมภาระใบดังกล่าวออกเดินทาง ไปยังประเทศญี่ปุ่น 2.จากการตรวจสอบสัมภาระใบดังกล่าว พบชื่อเจ้าของสัมภาระเป็นผู้โดยสารชาวต่างชาติ เบื้องต้นได้มาแสดงตน และติดตามสัมภาระใบดังกล่าวกับสายการบินที่เดินทางมาจากสุราษฎร์ธานีแล้ว
3.ผลการตรวจสอบตามมาตรการรักษาความปลอดภัยสัมภาระใบดังกล่าวนั้นอยู่ในสถานะ “Clear” คือ ไม่พบสารระเบิด สัมภาระใบดังกล่าวจึงผ่านการตรวจสอบและนำบรรทุกขึ้นอากาศยานต่อไป 4.การดำเนินการตรวจค้นสัมภาระที่บรรทุกไปกับอากาศยานหรือสัมภาระลงทะเบียนตามกฎหมาย และกฎ ระเบียบ และข้อกำหนดของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เพื่อป้องกันการนำอาวุธ วัตถุระเบิด หรือวัตถุที่อาจเป็นเหตุให้เกิดการก่อการร้ายต่ออากาศยาน โดย ทสภ. ติดตั้งเครื่องตรวจวัตถุระเบิด (EDS) ในระบบ
การตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Hold Baggage Screening System) ที่ถูกออกแบบตามมาตรฐาน ของ Transportation Security Administration (TSA) ของสหรัฐอเมริกา และ European Civil Aviation Conference (ECAC) ของสหภาพยุโรป และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย รวมทั้งผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบทั้งในและนอกประเทศ
5.ทั้งนี้ ทสภ.ได้ประชาสัมพันธ์แก่ผู้เดินทางบริเวณเคาน์เตอร์เช็กอิน แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบกฎหมายของประเทศปลายทางในการนำกัญชาเดินทางไปยังประเทศต่างๆ เนื่องจากหลายประเทศยังคงกำหนดให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย อาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของแต่ละประเทศ
อย่างไรก็ตามตลอดระยะเวลาที่ผ่านมวมมือกัา ทสภ. ได้ให้ความร่บสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส) ภายใต้โครงการสกัดกั้นยาเสพติดผ่านท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) โดยการปฏิบัติงานจากการได้รับการข่าว ทั้งให้การสนับสนุนข้อมูล การดำเนินการตรวจสอบร่วม ตลอดจนการเฝ้าระวังและติดตามผู้ต้องสงสัยร่วมกัน นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังประกอบด้วย กรมศุลกากรและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ที่มีบทบาทสำคัญในการให้การสนับสนุนโครงการ
ทสภ.ดำเนินการด้านการรักษาความปลอดภัยตลอดจนการตรวจสอบสัมภาระตามแนวทางที่กำหนด โดยเน้นย้ำการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยานเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด.