หยุดสูบก่อนสาย!!ไรเดอร์เปิดใจเกือบตาย สูบบุหรี่ไฟฟ้า3ปีติดเชื้อในกระแสเลือด

Last updated: 2 เม.ย 2568  |  252 จำนวนผู้เข้าชม  | 

หยุดสูบก่อนสาย!!ไรเดอร์เปิดใจเกือบตาย สูบบุหรี่ไฟฟ้า3ปีติดเชื้อในกระแสเลือด

เปิดผลศึกษาชุมชน พบวัยรุ่นสูบบุหรี่ไฟฟ้าเพียบ ถึงร้อยละ 38 เกินครึ่งรู้แหล่งซื้อในชุมชน ด้านหนุ่มไรเดอร์เปิดใจ เคยเอาควันบุหรี่ไฟฟ้าไปทำร้ายคนที่บ้านเพราะคิดว่าไม่อันตราย สูบบุหรี่ไฟฟ้ามา 3 ปี เกือบเอาชีวิตไม่รอด ติดเชื้อในกระแสเลือด วอนหยุดเลิกสูบก่อนสายเกินไป

วันที่ 2 เม.ย.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ครอบครัวปลอดบุหรี่ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) เครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็กเยาวชนและครอบครัว กลุ่มไม้ขีดไฟ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ “บุหรี่ไฟฟ้ามันร้าย” พร้อมเสวนา “สงกรานต์นี้เลิอกเถอะ...หยุดเอาควันบุหรี่ไฟฟ้าไปฝากคนที่บ้าน” จากนั้นผู้ร่วมงานได้ร่วมกันแสดงเจตนารมณ์และข้อห่วงใย “พิษภัยบุหรี่ไฟฟ้า”

นายธนภัทร แสงหิรัญ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) ภาคอีสาน กล่าวว่า จากการสำรวจความเห็นกลุ่มตัวอย่าง 1,435 คน ใน 12 พื้นที่ชุมชนทั่วประเทศเมื่อเดือนตุลาคม 2567 พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีช่วงอายุระหว่าง 10-20 ปี โดย 86.3% รู้จักบุหรี่ไฟฟ้า 38.3% มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ไฟฟ้า และ 53.0% มีคนรอบตัวสูบบุหรี่ไฟฟ้า ได้แก่ เพื่อน ญาติ คนที่เคารพ พ่อแม่ และครู ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่าง 51.7% รู้แหล่งซื้อบุหรี่ไฟฟ้าในชุมชน ในขณะที่ 48.3% ไม่รู้ และกว่า 91.3% พบว่าเด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าได้โดยง่าย และเมื่อถามว่าการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชนมีปัญหาต่อชุมชนหรือไม่ พบว่า 47.9% เห็นว่าเป็นปัญหามาก และ 39.7% เริ่มมีปัญหา

นายธนภัทร กล่าวต่อว่า จากการลงไปทำงานในพื้นที่กับกลุ่มเด็กและเยาวชน จะเห็นได้ว่าคนรอบตัวทั้งเพื่อน ครอบครัว และชุมชนมีส่วนสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าของเด็กและเยาวชน ซึ่งไม่แปลกที่น้องๆ เด็กๆในชุมชนจะมีเปอร์เซ็นที่การสูบบุหรี่เยอะ ด้วยวัยที่กำลังอยากรู้ อยากลอง สิ่งที่เราทำได้คือนำข้อมูลจากคุณหมอหรือหน่วยงานที่มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือไปสื่อสารกับน้องๆ โดยใช้กลไกของโรงเรียนเป็นพื้นที่จัดกระบวนการเสริมสร้างความเข้าใจและตระหนักรู้ถึงภัยของบุหรี่ไฟฟ้า และลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง จนส่วนหนึ่งกล้าถอยห่างจากบุหรี่ไฟฟ้าและมาเป็นผู้สื่อสารโทษของบุหรี่ไฟฟ้าให้กับเพื่อนๆ ต่อไป แต่ที่กังวลคือน้องๆ บางคนอยากเลิก หรือปฏิเสธบุหรี่ไฟฟ้า แต่คนในครอบครัวยังสูบปกติ อย่างไรก็ตาม หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างจริงจังในตอนนี้ เราจึงเตรียมจะเก็บข้อมูลในแต่ละพื้นที่อีกครั้งเพื่อดูผลการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

นายทรงพล จิรอัศวแก้ว ผู้ประกอบอาชีพไรเดอร์ กล่าวว่า ตนเปลี่ยนจากการสูบบุหรี่มวนมาเป็นบุหรี่ไฟฟ้าได้ 3 ปี เพราะราคาบุหรี่ไฟฟ้าถูกกว่า โดยบุหรี่มวนที่เคยสูบตกวันละ 80 บาท แต่บุหรี่ไฟฟ้าราคาตกอยู่ที่อาทิตย์ละ 100-200 บาท คนในครอบครัว คนใกล้ตัวก็ไม่ค่อยชอบทั้งกลิ่น และสารเคมี ตอนนี้กลุ่มเพื่อนๆ ที่เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้าก็เลิกกันหมดแล้ว เพราะเห็นว่าส่งผลเสียต่อร่างกาย จนกระทั่งตนได้เจอกับตัวเอง ต้องเข้าโรงพยาบาลเพราะติดเชื้อในกระแสเลือด ลามไปกระเพาะ แล้วลงไปอัณฑะ หมอบอกว่า บุหรี่ไฟฟ้ามีส่วนอย่างมากกับอาการป่วยในครั้งนี้ ตนจึงตัดสินใจที่จะเลิกสูบ และอยากจะบอกกับคนที่ยังสูบอยู่ และกำลังจะกลับไปเจอครอบครัวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น คุณต้องรู้ว่า ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่มวน หรือบุหรี่ไฟฟ้าล้วนส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งของตัวท่านเอง

อีกทั้งควันยังลอยหรือติดตามเสื้อผ้าส่งผลเสียต่อคนใกล้ชิดได้อีกด้วย โดยเฉพาะเด็ก ๆ คนสูงอายุ ยังเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี ลองคิดดูว่าเราจากบ้านมาทำงานเก็บเงินตั้งใจกลับไปหาคนที่เรารัก ไปทำอาหารกินข้าวด้วยกันแต่เรากลับเอาสิ่งไม่ดีไปทำร้ายพวกเขา ผมเคยผ่านจุดนั้นมา เคยมั่นใจว่าควันจากบุหรี่ไฟฟ้าไม่อันตรายต่อตัวเองและคนอื่นซึ่งเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ

“ตัวผมเองตอนนี้ก็พยายามเลิกให้เด็ดขาด มันราคาถูกจริง แต่พอเราเป็นอะไรมาไม่คุ้มกับร่างกาย และคนรอบข้าง พอหยุดบุหรี่ไฟฟ้าผมแข็งแรงขึ้น ไม่ไอ เพราะมันไอหนักมากในตอนนั้นผมรับประกันได้เลย นิโคตินมีหมดทั้งในบุหรี่มวน บุหรี่ไฟฟ้า แต่ในบุหรี่ไฟฟ้ามีสารบางอย่างที่มันไม่ดีต่อร่างกาย ผมถึงขนาดติดเชื้อในกระแสเลือด บางคนติดเชื้อที่ปอด อยากเชิญชวนคนที่อยากเลิกใช้โอกาสสงกรานต์นี้เริ่มต้นก็น่าจะดี”นายทรงพล กล่าว.

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้